Nissan kick e-Power 2022 5 จุดเด่น ปรับโดน .. จนยอดจองทะลัก

แบ่งปันเรื่องนี้

น่าจะเรียกว่า ในที่สุด ก็เข้าที่เข้าทางสักที กับรถยนต์ Nissan kick e-Power หลังจาก ตัดสินใจ เปิดตัว เวอร์ชั่น ปี 2022 ออกมาอย่างเป็นทางการ จนทำให้ หลายคนสนใจไม่น้อย ว่ารถรุ่นนี้มีการปรับปรุงหลายอย่สงที่น่าสนใจ

วันนี้ ทางทีมงาน ride buster เราจะจับควันหลง จากการเปิดตัวรถรุ่นนี้มาคุย ว่า อะไรทำให้มันน่าสนใจขึ้น จนหลายอยากจจะจับจองรถคันนี้ กัน

1.ราคาถูกลง

อย่างแรกที่ทำให้ Nissan kick e-Power เวอร์ชั่น 2022 น่าสนใจอย่างมาก ข้อแรก ก็ไม่น่าจะพ้น เรื่องของราคาที่ครั้งนี้ถูกลงอย่างมาก จนลูกค้าเก่า หลายคน แอบเสียใจไม่น้อย

ราคารถรุ่นนี้ มีการปรับใหม่ เริ่มต้นในรุ่น E มีราคาเริ่มต้นที่ 759,000 บาท และสูงสุด ในรุ่น Autech อยู่ที่ 949,000 บาท และมีการตัดรุ่น S ออกไป

นั่นเท่ากับ เทียบกับก่อนหน้านี้ ทางนิสสัน ลดราคาลง โดยเฉลี่ย รุ่นละ 100,000 บาท โดยประมาณ ทำให้ มันจับต้องง่ายขึ้น

2.ครั้งแรกของ Autech ในไทย

นอกจากการปรับราคาใหม่แล้ว ทางนิสสัน ยังปรับกลยุทะ์ รุ่นบนจาก VL และ Edition ต่างๆ ให้ชัดเจนขึ้น ด้วยรุ่น Autech

สำหรับใครที่ไม่รู้จัก Autech ต้องบอกก่อนว่า นี่คือ ชุดแต่งแท้จากประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรก แบบ สำนัก มาเอง คล้ายกับแนวทางของตัว Nismo ก่อนหน้านี้

แต่ งวดนี้ ลูกค้าไม่ต้องไปเจ็บเพิ่ม แต่งครบจบจากโรงงาน มีขายทุกศูนย์ ไม่ใช่เฉพาะบางศูนย์ ทำให้เป็นเจ้าของง่ายขึ้น แม้ว่า มันจะไม่ได้ เป็นการเน้นสมรรถนะในแบบ นิสโม่ เพระาแบรนด์นี้ เน้นทันสมัย ดูลงตัวมากกว่านั่นเอง

ดังนั้น ใคร สาย JDM ต้องไม่พลาดครับ

3.ปรับเยอะ จนตกใจ

แม้ว่าจะมีหลายอย่างที่ Nissan kick ยังขาดตกบกพร่องอยู่บ้าง หากในการปรับครั้งนี้ก็มีหลายอย่าง ให้มา ทำให้รถดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

อย่างแรก พละกำลังมากขึ้น ทางนิสสัน ให้พลังขับ จาก 129 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร เพิ่มเป็น 136 แรงม้า แรงบิด สูงสุด 280 นิวตันเมตร

การปรับสมรรถนะหลายอย่าง ทำให้ นิสสัน คิก ขับดีขึ้น จกาเดิมที่ก็ดีอยู่แล้ว

ไม่เพียงแค่นี้ ยังมีการปรับใช้ยางรุ่นใหม่จาก Continental ด้วย ช่วยเพิ่มความสามารถในการบังคับควบคุม การเกาะถนนดีขึ้น

และไม่หมดแค่นั้น ระบบไฮบริด ยังให้แบตเตอร์รี่ใหญ่ขึ้น มี charge Mode มาเติมความประหยัดด้วย โดยคุณสามารถบังคับให้รถชาร์จแบตเตอร์รี่ จนถึงระดับสูงสุด แล้วใช้พลังจากแบตเตอร์รี่ขับเคลื่อน
แต่เรายังไม่รู้นะ ขับจริง จะประหยัดมากขนาดไหน

4.ภายใน ที่ดีงาม แต่ก็ยังมีการบ้านต้องไปคิด

นอกจากสมรรถนะที่เอ่ยไปแล้ว จุดขายสำคัญอีกข้อ คงเป็นภายในห้องโดยสารที่มีการปรับปรุงใหม่ ดุน่าใช้มากขึ้น ในทุกรุ่นมีการปรับ

การจัดวางปุ่มต่างๆ ใหม่ ทำให้ มีความลงตัว และสะดวก ต่อการใช้งานมากขึ้น
  • หัวเกียร์ไฟฟ้าจาก Nissan Ariya
  • ที่วางแก้วน้ำสำหรับแก้วเยติ หรือ กาแฟรร้อนได้
  • ปรับการจัดวางปุ่มให้อยู่ในที่เดียวกันมากขึ้น (ตรงคันเกียร์)
  • รุ่น Autech เพิ่มภายในสีน้ำเงิน
  • ตัดภายในสีส้มจีวร ออกไป
  • เบาะนั่งหนัง ตั้งแต่รุ่น V ขึ้นมา

แต่ส่วนที่นิสสัน คิก ยังขาดอยู่ ก็มี ที่เท้าแขนเบาะนั่งหลัง และ ยังไม่ยอดให้ ฮีทเตอร์ มาด้วย เป็นสองอย่างที่ทำให้เราต้องคิด ถ้าจะต้องจ่าย

5.เป็นรถไฮบริดที่ถูกสุด ในตอนนี้

ในเวลานี้ถ้าคิดว่าจะหารถยนต์ไฮบริดสักคัน ไว้ใช้งาน ก็ต้องพูดกันตามตรงว่า Nissan kick คือรถไฮบริดที่ถูกที่สุด โค่น Honda City e:HEV ไปได้ ด้วยราคาถูกกว่า 9 หมื่นบาทในรุ่นเริ่มต้น

ด้วยราคาเพียง 759,000 บาท ทำให้คุณสามารถเป็นเจ้าของรถไฮบริดได้ทันที และราคานี้ ยังล้มแชมป์ในอดีต อย่าง Honda Jazz Hybrid เที่ออกมาขายเมื่อ 10 ปีที่แล้วในราคา 768,000 บาท ด้วย

นับเป็นการพลิก หน้าประวัติศาสตร์ ว่า นิสสัน สามารถทำรถไฮบริด ราคาถูกที่สุดที่วางจำหน่ายในไทย

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกใจ ที่ Nissan kick e-power จะได้เวลากลับมา แจ้งเกิดเสียที เพราะนี่นับเป็นครั้งแรก ที่ทางนิสสัน นำเสนอ เทคโนโลยี ไฮบริด ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments